มือถือส่งผลให้สมองทำงานหนักขึ้น

มือถือส่งผลให้สมองทำงานหนักขึ้น

การศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยอเมริกันพบว่าการยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบใบหูระหว่างใช้งานมีผลให้สมองทำงานหนักขึ้น โดยการสแกนสมองในกลุ่มตัวอย่างพบสมองส่วนใกล้เคียงใบหูที่ถูกแนบโทรศัพท์มือถือซึ่งต่อสายอยู่มีการเผาผลาญกลูโคสมากขึ้น ถือเป็นเครื่องหมายสะท้อนการทำงานที่หนักขึ้นของสมองส่วนนั้น เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเป็นผลกระทบต่อสมองในระยะยาวหรือไม่

แม้ที่ผ่านมา โลกจะยังไม่เคยพบหลักฐานที่ชัดเจนของการเกิดผลเสียต่อสมองมนุษย์จากการใช้งานโทรศัพท์มือถือ แต่วารสารสมาคมแพทย์อเมริกัน หรือ Journal of the American Medical Association ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาจากสถาบัน National Institutes of Health in Bethesda รัฐแมรีแลนด์ ซึ่งมีการตรวจพบการเผาผลาญกลูโคสที่มากกว่าปกติในสมองบริเวณใกล้เคียงใบหูที่มีการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและเที่ยงตรง เนื่องจากทีมศึกษาสรุปข้อมูลจากการสแกนสมองซึ่งเป็นการศึกษาที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

การศึกษานี้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2009 เพื่อพิสูจน์ว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือมีผลต่อการทำงานของสมองมนุษย์หรือไม่ วิธีการศึกษาคือการสแกนสมองกลุ่มตัวอย่างที่มีโทรศัพท์มือถือแนบอยู่ที่ใบหูซ้ายและขวาด้วยระบบ PET-scan โดยครั้งแรก ทีมศึกษาจะเปิดการทำงานในโทรศัพท์มือถือด้านใบหูข้างขวาแต่ถูกปิดเสียงไว้แล้วแนบใบหูกลุ่มตัวอย่างนาน 50 นาที แล้วนำภาพสแกนความเปลี่ยนแปลงของสมองมาเทียบกับการสแกนครั้งที่ 2 ซึ่งทีมศึกษาจะปิดโทรศัพท์มือถือที่แนบอยู่ที่ใบหูทั้ง 2 ข้างของกลุ่มตัวอย่าง

จากการเปรียบเทียบทำให้พบว่า สมองบริเวณใกล้เคียงกับเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือซึ่งเปิดการทำงานอยู่ของกลุ่มตัวอย่างมีอัตราเผาผลาญกลูโคสที่สูงขึ้น (ภาพสแกนในครั้งแรก) แต่กลับไม่เกิดขึ้นในการสแกนครั้งที่ 2 ซึ่งโทรศัพท์ถูกปิดการทำงานอยู่ ทีมศึกษาจึงสรุปว่าสมองของมนุษย์นั้นอ่อนไหวต่อคลื่นสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือ

แม้การค้นพบนี้จะนำไปสู่การจุดประกายครั้งสำคัญในวงการโทรคมนาคม แต่ก็ยังมีความไม่ชัดเจน ซึ่งทีมวิจัยยอมรับว่าต้องมีการศึกษาที่หลากหลายตามมาอีกมากในอนาคต เช่น การศึกษาว่าผลกระทบต่อสมองที่เกิดขึ้นเป็นผลจากกระแสไฟฟ้าหรือไม่ รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดอันตรายในระยะยาว

บทสรุปในผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ชี้ว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าไว้วางใจ โดยหวังให้ความรู้ใหม่จากการค้นพบที่เกิดขึ้นนำไปสู่การตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจตามมา ซึ่งทีมจะพยายามศึกษาหาความเชื่อมโยงระหว่างโทรศัพท์มือถือและสมองมนุษย์ต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ThaiHealth

Nate Phanwiroj

แชร์เรื่อง Chic