อาหารติดอันดับ 5 ชนิดที่ทำให้เกิดการแพ้

อาหารติดอันดับ 5 ชนิดที่ทำให้เกิดการแพ้

1. ถั่วลิสง
ระหว่างปี พ.ศ. 2543-2545 พบว่าอัตราการแพ้ถั่วลิสงของเด็กอเมริกาสูงขึ้นเป็นเท่าตัว โดยมีแนวโน้มที่จะแพ้ตลอดชีวิต และยังส่งผลให้มีการแพ้ถั่วชนิดอื่นๆ อีกด้วย เช่น อัลมอนด์ วอลนัท hazelnuts และมะม่วงหิมพานต์ สาเหตุของอาการแพ้ถั่วลิสงที่รุนแรงนี้อาจเกิดจากกระบวนการผลิตที่ใช้เครื่องจักรร่วมกับการผลิตถั่วลิสง เช่น การทำลูกกวาด ขนมปังอบ และไอศกรีม เป็นต้น ดังนั้นทางสหพันธรัฐอเมริกาจึงให้ระบุอาหารที่ทำจากถั่วลิสงลงในบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด รวมทั้งอาหารที่ทำจากน้ำมันถั่วลิสงและสายพันธุ์ของถั่วลิสง เพื่อความสะดวกในการซื้อ


2. ผลิตภัณฑ์จากนม/ เนื้อวัว/ แลคโตส
โดยทั่วไปการแพ้นม/ เนื้อวัว/ แลคโตส จะแสดงอาการแพ้ที่ระบบทางเดินหายใจ (โรคหืด การหายใจโดยมีเสียง แน่นหน้าอก) ระบบย่อยอาหาร (เกิดแก๊สในกระเพาะ ท้องเสีย อาเจียน) และโรคทางผิวหนัง (ลมพิษ ผื่น) ผู้ที่แพ้นมหรือไวต่อโปรตีนในเนื้อวัวหรือมีการแพ้แลคโตสนี้ จะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบส่วนผสมของอาหารในทุกผลิตภัณฑ์ อาหารบางชนิดได้บอกองค์ประกอบอย่างชัดเจน เช่น นม ไอศกรีม โยเกริ์ต และเนย แต่อาหารบางชนิดมีส่วนผสมแอบแฝงอยู่ เช่น ขนมปัง ธัญพืช ซุป อาหารเช้าที่อยู่ในรูปของเครื่องดื่มชนิดผง มาการีน อาหารมื้อกลางวันที่ทำจากเนื้อ แพนเค้ก บิสกิต เค้กผสมและอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ดูเฉพาะส่วนผสมที่เป็นนมเท่านั้นแต่รวมถึง เคซีน หางนม rennet, lactalbumin, lactalbumin phosphate, lactoglobulin, lactoferrin, lactulose, hydrolysates สารให้กลิ่นรสเนย และเนยเทียมด้วย

โดยปกติแล้วการแพ้นมนี้จะพบในเด็กทารกและเด็กเล็กๆ ในสหรัฐอเมริกามีเด็กที่แพ้นมประมาณร้อยละ 2-3 ตามที่ According to the National Digestive Disease Information Clearinghouse สำรวจพบว่ามีคนอเมริกันประมาณ 30-50 ล้านคนที่แพ้แลคโตส ทั้งนี้เนื่องจากพันธุกรรมและเชื้อชาติที่แตกต่างกัน ดังเช่นมีคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกามากกว่าร้อยละ 80, คนอเมริกันเชื้อสายอินเดียร้อยละ 80-100 และคนอเมริกันเชื้อสายเอเชียร้อยละ 90-100 ที่แพ้แลคโตส

3. สัตว์น้ำที่มีเปลือกหุ้ม (Shellfish)
พบผู้ใหญ่แพ้ Shellfish เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ กุ้ง ปู กุ้งมังกร, langoustine, crawdads และหอย (หอยตลับ หอยแมลงภู่ หอยเชลล์ หอยนางรม หอยแครง) รวมทั้งสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ อีก เช่น หมึกกล้วย หมึกยักษ์ และ conch ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ควรอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดอย่างละเอียด ไม่เฉพาะแค่ภาพรวมใหญ่ๆ ของบรรจุภัณฑ์เท่านั้น แต่ต้องดูรายละเอียดขององค์ประกอบในส่วนย่อยด้วย

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง เมื่อไปบริโภคอาหารนอกบ้านควรหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนข้ามด้วยการสอบถามพนักงานถึงส่วนผสมของอาหารแต่ละชนิดให้มากที่สุด รวมทั้งขั้นตอนการปรุง เนื่องจากว่าอาหารบางชนิดอาจทอดโดยใช้น้ำมันร่วมกับอาหารชนิดอื่น เช่น กุ้งชุบแป้งทอด เป็นต้น อาหารบางชนิดใช้เตาย่างร่วมกันกับกุ้ง บางชนิดใช้พื้นที่การเตรียมร่วมกัน เช่น ซูซิ เป็นต้น

4. ข้าวสาลี / การแพ้กลูเตน
ประมาณร้อยละ 20 ของผู้แพ้ข้าวสาลีมีแนวโน้มที่จะแพ้ข้าวชนิดอื่นๆ เช่น ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวไรย์ และข้าวโอ๊ต การแพ้กลูเตนอาจเป็นไปตลอดชีวิต เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะชักนำให้เกิดการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ส่งผลให้วิถีการดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ แพทย์ที่รักษาอาการไขข้อ หรือแพทย์ที่ทำการรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร

รัฐบาลได้ประกาศให้ระบุการใช้ข้าวสาลีเป็นองค์ประกอบลงในฉลากผลิตภัณฑ์ (ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่มีกลูเตนเป็นองค์ประกอบอยู่ก็ตาม) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่ผ่านการอบ เช่น ขนมปัง ธัญพืช อาหารประเภทแป้ง ข
เบียร์ นมปัง ไส้กรอก ซอส ไอศกรีม สลัด สิ่งที่ใช้ตกแต่งอาหาร และซุป เป็นต้น

5. ไข่
การแพ้ไข่จัดเป็นลำดับที่สองรองจากการแพ้นมวัวในเด็ก ส่วนใหญ่เป็นการแพ้โปรตีนในไข่ขาว ผู้ที่แพ้ไข่จึงควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่ทุกชนิดรวมทั้งไข่นก และควรระบุลงในฉลากอาหารที่มีส่วนผสมของ albumin, globulin และส่วนผสมอื่นๆ ที่เป็นตัวตั้งต้นมาจากไข่ รวมทั้งมายองเนส, meatloaf ขนมปังอบ สลัด frostings, meringue, marshmallows, คัสตาร์ด/พุดดิ้ง และซุปบางชนิด



ขอขอบคุณข้อมูลจาก  horapa.com



Nate Phanwiroj

แชร์เรื่อง Chic